รถมือสอง เป็นไปได้ลำบาก ที่เราจะทราบว่า รถมือสองที่เราซื้อมานั้นได้รับการดูแลรักษา บูรณะมาในจุดใดแล้วบ้าง จะมานั่งดู Book Service ก็เป็นเรื่องใหญ่ มักอ่านไม่รู้ ไม่ก็ไม่มีมาให้ ครั้นจะมาวางใจซื้อหามาแล้ว ใช้ๆไปก่อน เดี๋ยวค่อยเช็คภายหลัง พอดีรถสุดที่รักก็เกิดปัญหาเสียก่อน หลังจากที่เราได้ซื้อรถมาเป็นเจ้าของแล้ว เราควรจะนำรถไปเช็ค หรือไม่ก็เปลี่ยนในจุดใดบ้าง เป็นการคุ้มกันปัญหาที่จะปรากฏล่วงหน้า เสียเงิน เปลืองเวลา เสียอารมณ์ รับประกันหมดปัญหากังวนใจในวันข้างหน้า
ระบบสารหล่อลื่นทั้งหมดของรถยนต์มือสอง น้ำมันเครื่อง พึงจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง , ไส้กรองน้ำมันเครื่อง เสียสด และกระทำการจดบันทึก เลขกม.ที่ใช้งาน เป็นส่วนใหญ่น้ำมันเครื่องเกรดทั่วๆไป จะมีอายุการใช้งานที่ 5,000 กิโลเมตร หากว่าเป็นพวก สังเคราะห์ และกึ่งสังเคราะห์จะอยู่ได้เยอะกว่า 10,000 กม. และคอยตรวจเช็คระดับหลังใช้งานอยู่เรื่อยๆ น้ำมันเครื่องที่ร่อยหรอลงไปในระหว่างใช้งานจะ มากหรือน้อยนั้น หมายความว่าความหลวมของเครื่องยนต์ เป็นการประเมินค่าได้ว่าเครื่องจะต้องได้รับการซ่อมต่อไปอย่างไร
น้ำมันเกียร , น้ำมันเฟืองท้าย ไม่ว่าจะเป็นเกียรออโต้ หรือเกียรธรรมดาจะมีอายุการใช้งานที่ 25,000 – 50,000 กิโลเมตร ควรตรวจทานสถานะ ว่าหายหรือเปล่า ถ้าหากเก่ามากสมควรได้รับการเปลี่ยนถ่าย หากว่ารั่วไหลควรรีบซ่อมแซมโดยเร็ว
น้ำมันเบรก นับว่าเป็นสารหล่อลื่นในรถยนต์มือสอง ระบบเบรกพึงจะได้รับการเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 1-2 ปี หากคิดว่าน้ำมันมีสีดำคล้ำ พึงจะเปลี่ยนถ่าย ก็เพราะว่าคงจะทำเอาลูกยางเบรก และแม่ปั้มเสียหายก่อนกำหนด
น้ำมันครัช สมควรเปลี่ยนถ่ายพร้อมๆน้ำมันเบรก และเป็นการตรวจรอยรั่วของแม่ปั้มครัช ว่ามีสภาพรั่วซึมหรือไม่ เพื่อที่จะปกป้องรักษาลูกยางครัชแตก ถึงกับเข้าเกียรไม่ได้
น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ โดยปกติจะต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 1-2 ปี น้ำมันที่เก่ามากๆ จะเป็นเหตุให้ปั้มน้ำมัน และ แร็คพวงมาลัยสึกหรอง่ายกว่าระบุ น้ำมันเพาเวอร์ที่เก่าจะเป็นสีแดงจางๆ น้ำมันกระปุกพวงมาลัย เกี่ยวกับรถกะบะพวงมาลัยปกติ น้ำมันกระปุกพวงมาลัยควรจะได้รับตรวจทาน ถึงสถานะน้ำมัน ถ้าขาดพึงจะเติมเพิ่ม
ระบบหล่อเย็นในรถยนต์มือสอง น้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ ตามธรรมดาน้ำยาหล่อเย็นจะต้องใช้เครื่องวัดสถานะ น้ำยาหล่อเย็นที่เสื่อมสภาพจะเป็นเหตุให้ หม้อน้ำเกิดสนิม เกิดการผุพัง ท่อยางน้ำบวม และปั้มน้ำเสียหาย ถ้าลังเลใจให้ทำการเปลี่ยนเสียใหม่ดีกว่า และ ควรใช้น้ำยาที่มีคุณลักษณะ ความเข้มข้นตามที่โรงงานระบุ ใช้น้ำสะอาดบริสุทธิ์ พวกน้ำกรอง อย่างน้ำกิน ตรวจสอบสถานะหม้อน้ำ และรอยรั่ว จนกระทั่งเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำแล้ว พึงจะตรวจสอบรอยรั่วของหม้อน้ำไปในตัว หม้อน้ำที่เป็นพลาสติก ถ้าฝาครอบพลาสติกเริ่มมีรอยร้าว รีบเร่งเปลี่ยนทันทีทันใด ไม่ก็ปรับปรุงเป็นแบบทองเหลืองจะคงทนกว่า ถ้าสถานะหม้อน้ำเก่า มีร่องรอยรั่ว ครีบหม้อน้ำล้มเสื่อม หรือว่ามีขี้เกลือเกาะมาก จำเป็นจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งลูกจะดีกว่า
ท่อยางน้ำหล่อเย็น จำพวกนี้มีอายุการใช้งาน 4 – 5 ปี ท่อน้ำรถมือ2ที่เริ่มหมดสภาพ จะมีลักษณะบวมไม่พอดี ท่อน้ำเริ่มนิ่ม หรือไม่ก็มีรอยร้าว ท่อน้ำแข็งตัวบิดไปมาไม่ไหว พวกนี้พร้อมแตกรั่วทันทีทันควัน รวมไปถึงท่อน้ำหล่อเย็นบริเวณเครื่องยนต์ทุกเส้น
ปั้มน้ำ อายุการใช้งานที่ 100,000 กม. หรือไม่ก็น้อยกว่าขึ้นอยู่กับสภาพ สนิมในหม้อน้ำที่มีคุณค่า กัดกร่อนซีลปั้มน้ำ หากคิดว่ารถมือสองที่ซื้อมาวิ่งเกิน 100,000 และยังไม่ได้เปลี่ยนให้ถือเป็นชิ้นส่วน ที่พึงจะเปลี่ยนใหม่ได้เลย พัดลมไฟฟ้าหม้อน้ำ แบบนี้มีอายุการใช้งานเหมือนกัน ถ้ารถวิ่งเกิน 100,000 กม. แล้วมักจะต้องเปลี่ยนทุกคัน อาการเสียโดยมากเกิดจาก ถ่านมอเตอร์หมด บูชพัดลมแตก ไม่ก็ลดมอเตอร์ช็อต แบบนี้จะเป็นเหตุให้พัดลมปั่นช้าลง อ่อนแรง การระบายความร้อนไม่พอ สมควรหาช่างที่มีความสามารถตรวจเช็ค พัดลมฟรีปั้ม พวกรถกระบะพัดลมขับถ่ายความร้อนจะใช้ระบบ น้ำยาเพิ่มความหนืด ตามอุณหภูมิเครื่องยนต์ น้ำยาที่เริ่มหมดสภาพ จะเป็นเหตุให้พัดลมหมุนฟรีมาก การระบายความร้อนหม้อน้ำ และ แผงคอยล์ร้อนแอร์ไม่เพียงพอ จำต้องทำการเปลี่ยนน้ำยาเสียใหม่
ระบบเครื่องยนต์ สายพานไทมมิ่ง เป็นสายพานขับชุดเพลาราวลิ้นของเครื่องยนต์ ส่วนมากจะมีอายุการใช้งานที่ 80,000 – 150,000 กิโลเมตร การจะมาดูที่เลขหน้าปัด ชื่อถือได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นสำหรับสายพานไทมมิ่ง แนะให้เปลี่ยนทันทีหลังซื้อรถมือสอง เนื่องจากการที่สายพานไทมิ่งขาด หมายถึงการที่ต้องอาจจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือการซ่อมกันหลักหมื่น ได้ง่ายๆ สายพานหน้าเครื่อง,ไดชาร์จ ,แอร์ ,ปั้มน้ำ เพาเวอร์ สายพานพวกนี้อาจตรวจสอบ รอยร้าว ความแห้งกรอบ และระยะความแนบแน่นของสายพาน ถ้าหากยังใช้งานได้ก็ทำตั้งให้ได้ระยะก็พอ
จุดรั่วซึมน้ำมันเครื่อง ตรวจดูได้ง่ายๆที่ตัวเครื่องยนต์รถยนต์มือสอง หากมีคราบเหนียวๆ หรือไม่ก็มีน้ำมันหยดสถานที่ที่จอดรถ หมายถึงการมีน้ำมันเครื่องรั่วซึม คงเกิดจากซีล ยางต่างๆ หรือการหลวมพร้อมที่จะร่วงของวัตถุบางอย่าง ไม่ควรใจเย็น รีบหาช่างสำรวจ และปรับปรุงเสียแต่เนิ่นๆ ไส้กรองอากาศ ตรวจสอบดูความเปรอะเปื้อน หากว่าไม่เท่าไหร่พอเป่าทำให้หมดจดได้ หรือถ้าตันเปลี่ยนใหม่ดีกว่า เป็นเหตุให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงพวกกรองเบนซิล กรองหัวฉีด หรือว่ากรองโซล่า เปลี่ยนใหม่ และริเริ่มจดบันทึกการใช้งาน
ระบบเบรก ผ้าเบรก เป็นส่วนหนึ่งภายหลังซื้อรถมือสองมาแล้ว พลาดพลั้งไม่ได้ กล่าวได้ว่า ไปไม่ถึง ยังดีกว่าเบรกไม่อยู่ ให้ช่างตรวจดูความหนาของผ้า เพื่อให้กำหนดระยะเปลี่ยน และตรวจดูสภาพต่างๆ สำหรับเบรกไปในตัว
สายอ่อนเบรก เป็นส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ใครก็ตามค่อนข้างไม่เอาใจใส่ แต่ส่งผลถึงอาการเบรกแตกได้ง่ายๆ หากเก่าให้รีบเร่งเปลี่ยนอย่างน้อยก็ยังอุ่นใจ ใช้ได้ตั้งหลายปี
ระบบช่วงล่างของรถมือ2 เป็นระบบที่ควรหาช่างตรวจเช็ค ตั้งแต่ ช็อค และ สปริง ลูกหมากบังคับเลี้ยว ยอยเพลากลาง ลูกปือนล้อ บูชยางต่างๆ แร็คพวงมาลัย รวมไปถึงลูกยางหุ้มเพลาขับ ยางหุ้มแร็ค หากว่าชำรุดทรุดโทรมหรือไม่ก็ฉีกควรจะได้การปรับปรุงโดยทันที เนื่องจากประเภทนี้มักจะส่งพลถึง สมรรถภาพการขี่ และสมรรถนะในการเกาะถนน เป็นอันตรายมากๆ สำหรับชิ้นส่วนที่หลวมมากจน เกิดการหลุดแตกออกมาระหว่างการขับขี่
ล้อ และยาง อายุการใช้งานของยางรถยนต์อยู่ในหลักไม่เกิน 4 ปี ก่อนที่เกิดสภาพบวม แตกลายงา ยางที่เก่าศักยภาพในการเกาะถนน การรีดน้ำ และการเบรกจะเสียไปในทุกเวลา ควรตรวจเช็ดวันเดือนปีที่กำเนิดของยาง ถ้าหากยางรถมือ2ยังใช้งานได้ดี ให้จดบันทึก และกระทำสลับล้อยางตามคู่มือรถ หรือทุกๆ 10,000 – 20,000 กิโลเมตร
ระบบไฟฟ้า อีกระบบหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ มีอยู่มากรถมือสองที่ซื้อมาระยะแรก ๆ สามารถเกิดปัญหาเริ่มจากระบบสายไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสายไฟต่อเติม เช่นเครื่องเสียง ไฟหน้า สปอร์ทไลท์ หรือจำพวกอุปกรณ์เติมแต่งมากมาย ซึ่งได้มีการถอดเข้า ออก ชนิดนี้มักเกิดปัญหาลัดวงจร ไฟลุก หรือเครื่องดับได้ง่ายๆ ควรจะหาช่างแก้ไฟฟ้า สำรวจความเป็นระเบียบ หรือว่าถอดสายที่ไม่จำเป็นออกให้หมด และควรจะตรวจสอบสถานะความพร้อมของกล่องฟิวส์ และฟิวส์สำรอง รวมทั้งไดชาร์จ และได้สตารท์ให้เรียบร้อย
แบตเตอร์รี่และน้ำกลั่นแบตเตอร์รี่ ขั้นแรกสมควรตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอร์รี่รถมือ2 ควรอยู่ในสภาพที่ระบุ และตรวจหา วัน เดือน ปี ที่ถึงกำหนดของแบตเตอร์รี่ จำนวนมากแบตเตอร์รี่แบบเติมน้ำกลั่นจะมีอายุการใช้งาน ไม่เกิน 2 ปี ถ้าว่าไม่มั่นใจถึงอายุของแบตเตอร์รี่ ให้เร่งรีบสับเปลี่ยนเสียก่อนดีกว่า ไปจอดที่ไหนแล้วสตารท์ไม่ติด
ระบบแอร์ อย่างแรกควรหาช่างถอดตู้แอร์ ออกมาล้างทำความสะอาด เพราะตู้แอร์ที่รั่ว มักจะเกิดจากสิ่งตันเข้าไปกัดกร่อนจนคอยล์เย็นพัง พึงจะล้างออกเสียบ้าง และตรวจทานข้อต้อ โอริง ท่อน้ำยาแอร์ ต่างๆเพื่อคุ้มกันไม่ให้มีปัญหา เพียงแค่นี้ท่านก็จะใช้ รถมือสอง คันเก่งคันนี้ได้แบบคุ้มค่าเลย
Popularity: 1% [?]