ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

8352 กระทู้ ใน 904 หัวข้อ- โดย 279 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: jumpot
Asia-Search.com บอร์ดห้องรวม Asia-Searchสามก๊กสามก๊ก ศึกเซ็กเพ็ก ศึกผาแดง
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สามก๊ก ศึกเซ็กเพ็ก ศึกผาแดง  (อ่าน 2983 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kazama
孫策 (伯符)
Administrator
Hero Member
*
กระทู้: 2299


ต้าเกี้ยวน้อย


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2008, 04:52:27 PM »


ศึกผาแดง Battle of Red Cliffs หรือศึกเซ็กเพ็ก Battle of Ch?b? เป็นสงครามที่มีความสำคัญที่สุดสงครามหนึ่งในสมัยสามก๊ก ศึกผาแดงนี้เกิดขึ้นในปี 208 โดยฝั่งหนึ่งเป็นกองทัพพันธมิตรของเล่าปี่และซุนกวนทางตอนใต้ และอีกฝั่งคือทัพของโจโฉทางตอนเหนือ ซุนกวนและเล่าปี่นั้นได้ชัยชนะเหนือโจโฉ ทำให้ความพยายามในการยึดดินแดนทางใต้ของโจโฉต้องล้มเหลวลง นอกจากนั้นศึกผาแดงนี้ยังเป็นศึกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

ปี 208 โจโฉได้ครองดินแดนภาคเหนือของจีนทั้งหมด หลังจากได้รับชัยชนะเด็ดขาดกับการต่อสู้กับเผ่า Wuhuan ในปี 207 ทำให้ดินแดนภาคเหนือ มั่นคงปลอดภัยจากการรุกราน หลังจากได้รับชัยชนะ ทัพของโจโฉก็มุ่งหน้าลงใต้แทบจะทันทีในปี 208 จุดมุ่งหมายเพื่อกำจัดศัตรูหลักทางภาคใต้ ในระหว่างนั้น เล่าเปียวผู้ครองมณฑลเกงจิ๋วได้เสียชีวิตในปีนั้น

เล่าเปียวมีบุตรสองคนคือ เล่ากี๋และเล่าจ๋อง เล่าเปียวให้เล่าจ๋องแต่งงานกับหลานสาวของชัวฮูหยิน ภรรยาคนล่าสุดของเขา ทำให้ชัวฮูหยินชอบเล่าจ๋องและไม่ชอบเล่ากี๋ ชัวมอน้องชายของชัวฮูหยิน และเตียวอุ๋นบุตรของพี่สาวชัวมอกีอคน ทั้งคู่เป็นที่โปรดปรานของเล่าเปียว และทุกวันพวกเขาจะใส่ร้ายเล่ากี๋และสรรเสริญเล่าจ๋อง

เล่ากี๋เป็นกังวลมาก เขาถามขงเบ้งว่าเขาจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร แต่ขงเบ้งปฏิเสธที่จะตอบเขา ต่อมาไม่นานพวกเขาได้ไต่หอคอยด้วยกัน เล่ากี๋สั่งให้เอาบันไดพาดออกไป แล้วพูดกับขงเบ้งว่า เวลานี้เราอยู่ต่ำกว่าที่สวรรค์จะได้ยิน และสูงกว่าคนเบื้องล่างจะฟังเราได้ คำที่ท่านพูดมา จะมีเพียงข้าคนเดียวที่ได้ฟัง ท่านจะสามารถพูดได้หรือไม่

ขงเบ้งตอบว่า ท่านไม่เคยได้ยินเรื่อง ShenSheng อยู่ภายในต่อมาจึงได้รับอันตราย ในขณะที่ Chong’er หนีจากไปและรักษาชีวิตได้ เล่ากี๋เข้าใจทันที และวางแผนลับที่จะลอบออกไปนอกเมือง

ในเวลานั้นหองจอเสียชีวิต เล่ากี๋จึงขอให้เล่าเปียวแต่งตั้งเขาแทนที่หองจอ เล่าเปียวจึงตั้งให้เขาเป็นเจ้าเมือง กังแฮ

ต่อมาเล่าเปียวล้มป่วยหนัก เล่ากี๋จึงกลับมาเพื่อจะไปเฝ้าไข้ที่เตียง แต่ชัวมอและเตียวอุ๋นกลัวว่าถ้าเขาได้พบเล่าเปียวแล้วพ่อลูกจะกลับมาดีกันอีกครั้ง แล้วเล่าเปียวจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนผู้สืบทอด พวกเขาจึงบอกกับเล่ากี๋ว่า ท่านแม่ทัพสั่งให้ท่านไปดูแลเมือง กังแฮ และนั้นเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก เวลานี้ท่านกลับละทิ้งชาวเมืองของท่านและมาเกงจิ๋วโดยไม่มีคำอนุญาต ท่านจะทำให้ท่านเล่าเปียวผิดหวังและทำให้อาการป่วยทรุดหนักขึ้น นี่ไม่ใช่วิธีของลูกจะแสดงความกตัญญูต่อบิดา พวกเขาหยุดเล่ากี๋ไว้นอกประตูและปฏิเสธที่จะให้เขาเข้าพบเล่าเปียว เล่ากี๋ได้แต่ร้องไห้เศร้าโศกกลับไป

ต่อมาเมื่อเล่าเปียวตาย ชัวมอ เตียวอุ๋นและพรรคพวกได้ยกเล่าจ๋องให้เป็นผู้สืบทอด เล่าจ๋องส่งตราตำแหน่ง Marquis ไปให้เล่ากี๋ แต่เล่ากี๋โกรธมากและเขวี้ยงตราตำแหน่งลงกับพื้น เขาตั้งใจที่จะกลับไปร่วมงานศพและใช้โอกาสนี้ยึดอำนาจ แต่ในช่วงนั้นกองทัพโจโฉได้ยกทัพมาพอดี เล่ากี๋จึงหนีไปยังตอนใต้ของแยงซี

ขุนนางของเล่าจ๋องหลายคนรวมทั้งเกงอวดเจ้าเมือง Zhangling และ ฮูสวน ขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดตะวันออก ได้แนะนำให้เขายอมจำนนต่อโจโฉ พวกเขาแนะให้เล่าจ๋องยอมจำนนต่อโจโฉ โดยให้เหตุผลว่า มีหลักสำคัญสำหรับการต่อต้านหรือยอมอ่อนน้อมและจัดการกับสถานการณ์ของผู้เข้มแข็งและผู้อ่อนแอ

เมื่อข้ารับใช้ปฏิเสธที่จะเชื่อฟังคำสั่งนายตัวเอง เขาได้หันหลังให้กับหน้าที่ที่ควรปฏิบัติ การตั้งรัฐ Chu (ชื่อเรียกดินแดนตอนใต้ในอดีต) ขึ้นมาต่อต้านกับแผ่นดินจีนย่อมนำอันตรายมาสู่เรา การเป็นพันธมิตรกับเล่าปี่เพื่อต่อสู้โจโฉ เราก็ไม่อาจสู้โจโฉได้

เมื่อมองตามสามข้อนี้ ท่านตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบมาก ท่านจะต่อสู้โจโฉได้อย่างไร ท่านมีความสามารถเทียบเท่าเล่าปี่หรือไม่ ถ้าเล่าปี่ยังไม่สามารถเทียบได้กับท่านโจโฉ ต่อให้ท่านครอบครอง Chu ทั้งหมดก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้ แล้วถ้าเล่าปี่เป็นคู่ต่อสู้กับโจโฉได้จริง เขาย่อมไม่ยอมรับใช้ท่านตลอดไป เล่าจ๋องเห็นด้วยกับคำแนะนำของพวกเขา

ในเดือนที่เก้า โจโฉมาที่เมือง ซินเอี๋ย เล่าจ๋องถือจดหมายแนะนำตัวมาต้อนรับโจโฉและยอมจำนนทั้งมณฑล

ขุนนางของโจโฉบางคนสงสัยว่านี่เป็นกับดัก แต่ Lou Gui พูดว่า ทั้งแผ่นดินต่างตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ผู้นำแต่ละคนต่างช่วงชิงอำนาจที่มากขึ้นจากฮ่องเต้ เวลานี้เล่าจ๋องได้นำหนังสือแนะนำตัวมามอบให้ นี่แสดงว่าเขานั้นเชื่อถือได้ ดังนั้นโจโฉจึงนำกองทัพมุ่งหน้าต่อไป

ในเวลานั้นเล่าปี่ตั้งค่ายอยู่ที่ Fan แต่เล่าจ๋องไม่กล้าบอกเล่าปี่เกี่ยวกับการยอมจำนน แต่ในที่สุดเล่าปี่ก็รู้เรื่อง เขาส่งคนสนิทไปถามเหตุการณ์กับเล่าจ๋อง และเล่าจ๋องได้ส่ง ซงต๋งมาบอกข่าวกับเล่าปี่ ในเวลานั้นโจโฉได้เดินทัพมาถึง Wan เล่าปี่ประหลาดใจและตกใจมาก

ท่านทำเช่นนี้ เล่าปี่พูดกับซงต๋ง ท่านไม่เตือนข้าเลยแม้แต่คำเดียว เวลานี้หายนะกำลังมาถึงตัวข้า ท่านค่อยมาบอกให้ข้ารู้ นี่เท่ากับจำกัดหนทางของข้า เล่าปี่ชักดาบแล้วหันไปทาง ซงต๋งถ้าข้าตัดหัวท่านในตอนนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้น และต่อไปเราคงจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก คนที่มีเกียรติย่อมละอายใจที่จะฆ่าคนอย่างท่าน เล่าปี่จึงปล่อยตัว ซงต๋งไป

แล้วเล่าปี่ก็เรียกขุนนางเขามาประชุม บางคนแนะนำให้โจมตีเล่าจ๋องเพื่อยึดมณฑลเกงจิ๋ว เล่าปี่พูดว่า เมื่อท่านเล่าเปียวตายไป เขาวางใจฝากลูกของเขากับข้า ข้าไม่สามารถละทิ้งหน้าที่นี้เพื่อประโยชน์ของตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นเมื่อข้าตายไป ข้าจะไปพบหน้าท่านเล่าเปียวได้อย่างไร

เล่าปี่นำทัพของเขาออกจากค่าย เมื่อเขามาถึงเมือง ซงหยง เขาขี่ม้าอย่างเร็วไปเรียกเล่าจ๋องให้ออกมาพบ แต่เล่าจ๋องกลัวและไม่กล้าแสดงตัว ขุนนางและประชาชนหลายคนของมณฑลเกงจิ๋วต่างมาร่วมกับเล่าปี่ เมื่อเล่าปี่ผ่านหลุมฝังศพของเล่าเปียว เขาหยุดไว้อาลัยครู่หนึ่ง ร้องไห้แล้วจากไป

ในเวลานั้นเขามาถึงเมืองซงหยง คนติดตามเล่าปี่มีจำนวนมากกว่าแสนคน สัมภาระจำนวนหลายพันเกวียน ทำให้เล่าปี่เดินทางได้วันละเพียงสิบลี้ เขาส่งกวนอูนำทัพแยกไปต่างหากทางเรือหลายร้อยลำให้ไปคอยเขาอยู่ที่ กังเหลง

บางคนบอกกับเล่าปี่ว่า ท่านควรจะเดินทางอย่างรวดเร็วไปป้องกัน กังเหลง แม้ว่าท่านจะมีผู้คนจำนวนมากอยู่กับท่าน แต่มีทหารเพียงน้อยนิด ถ้าทหารของท่านโจโฉตามมาทัน ท่านจะรับมือเขาได้อย่างไร

เมื่อคิดทำการใหญ่ เล่าปี่ตอบ ผู้คนถือเป็นสิ่งสำคัญ เวลานี้พวกเขาต่างพากันมาพึ่งข้า จะให้ข้าทอดทิ้งพวกเขาได้อย่างไร

อองอุ้ย ได้พูดกับเล่าจ๋องว่า โจโฉรู้ข่าวว่าท่านยอมแพ้และเล่าปี่ได้หนีไป เขาย่อมไม่ระมัดระวังตัว และจะมาหาท่านด้วยทหารเพียงน้อยนิด ถ้าท่านมอบทหารให้ข้าไม่กี่พันคน ข้าจะโจมตีเขาที่ด่าน แล้วทัพโจโฉก็จะแตกพ่ายไป เมื่อท่านสามารถจับตัวโจโฉได้ อำนาจของท่านจะครอบคลุมไปทั่วแผ่นดิน แล้วท่านก็จะปลอดภัย และสามารถมองหาโอกาสสำหรับการใหญ่ต่อไป แต่เล่าจ๋องไม่เห็นด้วยกับเขา

เพราะว่าคลังอาวุธที่นั่น โจโฉกลัวว่าเล่าปี่จะยึดเมือง กังเหลง เขาจึงทิ้งสัมภาระและนำทัพไปเมือง ซงหยง ด้วยทหารเคลื่อนที่เร็ว ที่นั่นเขารู้ว่าเล่าปี่ได้หนีไป เขาจึงนำทหารม้าห้าพันนายเข้าตามโจมตี ในวันเดียวโจโฉเดินทางมากกว่าสามร้อยลี้มาถึงเนิน เกงสัน ใน เมืองตงหยง เล่าปี่ละทิ้งลูกเมียของตัวเอง หนีไปพร้อมกับขงเบ้ง เตียวหุย จูล่งและทหารม้าไม่กี่สิบคน โจโฉจับกองทัพของเขาและสัมภาระได้ทั้งหมด

มารดาของชีซีถูกโจโฉจับตัวได้ และชีซีได้ขออภัยต่อเล่าปี่ โดยเอามือชี้ที่หน้าอกตัวเองพูดว่า ในตอนแรก เหตุผลที่ข้าพยายามวางแผนให้ท่านได้บรรลุการใหญ่นั้นเพราะว่าพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้ (หัวใจ) เวลานี้ข้าสูญเสียมารดาข้า จิตใจของข้าสับสน และไม่สามารถช่วยงานท่านได้ ข้าขอร้องให้อนุญาตให้ข้าจากไป แล้วชีซีก็ไปหาโจโฉ
บันทึกการเข้า

kazama
孫策 (伯符)
Administrator
Hero Member
*
กระทู้: 2299


ต้าเกี้ยวน้อย


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2008, 04:52:47 PM »

เตียวหุยนำทหารม้ายี่สิบคนป้องกันจากด้านหลัง เขายึดแม่น้ำและทำลายสะพาน หน้าตาเตียวหุยดุดัน เขาแกว่งทวนของเขา ตะโกนว่า ข้าคือเตียวหุย พวกเจ้าจงมาสู้และตายกับข้า ไม่มีทหารของโจโฉคนไหนกล้าเข้าไปใกล้เขา

ลูกน้องบางคนพูดกับเล่าปี่ว่า จูล่งหนีขึ้นเหนือไปแล้ว เล่าปี่ขว้างขวานสั้นใส่เขาพูดว่า จูล่งไม่มีทางละทิ้งข้าไป ไม่ช้าจูล่งก็กลับมา พร้อมกับนำตัวเล่าเสี้ยนมาด้วย

พวกเขามาพบกองทหารที่นำโดยกวนอู แล้วจึงข้ามไป Mian เล่ากี๋มาสบทบกับทัพของเล่าปี่พร้อมทหารหมื่นคน แล้วเล่ากี๋ก็พาทั้งหมดไปที่ แฮเค้า

ก่อนหน้านั้น เมื่อโลซกได้ข่าวว่าเล่าเปียวเสียชีวิต เขาพูดกับซุนกวนว่า มณฑลเกงจิ๋วนั้นติดกับชายแดนของเรา แม่น้ำแยงซีและภูเขานั้นเป็นอุปสรรคยากแก่การโจมตีและช่วยในการป้องกัน มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เป็นหมื่นลี้ ผู้คนก็มั่งคั่ง ถ้าเราสามารถยึดครองได้ เราจะใช้มันเป็นที่มั่นของอาณาจักรได้

เวลานี้เล่าเปียวเพิ่งเสียชีวิต บุตรชายทั้งสองของเขาก็ไม่ลงรอยกัน บรรดาขุนนางก็แยกกันเข้าข้างแต่ละคน เล่าปี่เป็นวีรบุรุษของแผ่นดิน เขาต่อสู้กับโจโฉและมาอยู่กับเล่าเปียว แต่เล่าเปียวอิจฉาในความสามารถของเขาจึงไม่ได้มอบหมายตำแหน่งที่สำคัญให้แก่เขา ถ้าเล่าปี่เข้าร่วมกับบุตรเล่าเปียว และถ้าพวกเขาจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ เราควรจะสงบศึกกับเขาและทำสัญญาเป็นพันธมิตรกัน ถ้าพวกเขาทะเลาะกัน เราควรจะวางแผนยึดครองเกงจิ๋ว

ข้าขออนุญาตเป็นฑูตส่งสารแสดงความเสียใจแก่บุตรของเล่าเปียว ในขณะที่ข้าอยู่ที่นั่น ข้าจะแสดงความเสียใจของเราและเป็นมิตรกับคนที่มีอำนาจในกองทัพพวกเขา และข้าจะแนะนำเล่าปี่ให้รวบรวมทัพของเล่าเปียวมาร่วมมือกับเราต่อสู้โจโฉ เล่าปี่จะยินดีและรับข้อเสนอของท่าน ถ้าเขาตกลง แผ่นดินก็จะสงบ ขอให้ท่านรีบส่งข้าไปก่อนที่โจโฉจะยกทัพมายึดเกงจิ๋ว ซุนกวนจึงส่งโลซกไป

โลซกมาถึง แฮเค้า เขารู้ว่าโจโฉได้เคลื่อนพลมาสู่มณฑลเกงจิ๋ว โลซกจึงเร่งเดินทางทั้งวันและคืน จนมาถึงเมือง Nan แต่ในเวลานั้น เล่าจ๋องได้ยอมจำนนและเล่าปี่ได้หนีลงใต้

โลซกจึงตรงไปหาเล่าปี่ และเจอกับเขาที่เนิน เกงสัน ใน เมืองตงหยง เขาบอกถึงความคิดซุนกวนต่อเล่าปี่และถกปัญหาสถานการณ์แผ่นดินเพื่ออธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงควรเป็นมิตรกัน แล้วเขาจึงถามเล่าปี่ว่า ท่านเล่าปี่ คิดวางแผนจะไปที่ไหน

เล่าปี่ตอบว่า ข้ามีเพื่อนเก่าแก่คนหนึ่ง อาวสิ้วเจ้าเมืองซังงาวข้าจะไปหาเขาเพื่อรับใช้

โลซกจึงเอ่ยขึ้น แม่ทัพผู้สังหารคนชั่วช้า ซุนกวน นั้นเฉลียวฉลาดและจิตใจกว้างขวาง เขาเคารพคนมีฝีมือและปฏิบัติต่อบัณฑิตด้วยความเคารพ ผู้นำทั้งหมดของดินแดนใต้แม่น้ำแยงซีได้ยอมรับใช้เขา เวลานี้เขาครองหัวเมืองใหญ่ถึงหกหัวเมือง ทหารของเขาก็ล้วนแต่เชี่ยวชาญการสงคราม และมีเสบียงอาหารจำนวนมาก เขาเข้มแข็งพอที่จะดำรงความเป็นอิสระไม่ขึ้นกับใครได้

เวลานี้ข้าแนะนำว่าแผนดีที่สุดของท่านคือการส่งเพื่อนที่ไว้ใจได้ไปทำสัญญาพันธมิตรกับตระกูลซุนในตะวันออก แล้วท่านจะทำการพร้อมกันในทุกสิ่ง

แต่ถ้าท่านต้องการรับใช้ อาวสิ้วเขาเป็นเพียงคนธรรมดา อยู่ในเมืองที่ห่างไกล ไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีสักคนที่จัดการเขา แล้วท่านจะสามารถไว้ใจตัวท่านกับเขางั้นหรือ

เล่าปี่ยินดีมากกับคำแนะนำนี้ โลซกยังพูดกับขงเบ้งว่า ข้าเป็นเพื่อนของจูกัดกิ๋น พวกเขาจึงกลายเป็นเพื่อนกันในทันที จูกัดกิ๋นคือพี่ชายของขงเบ้งผู้หลบหนีปัญหามุ่งหน้าไปทางแยงซีตะวันออก ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าเสมียนของซุนกวน

เล่าปี่ทำตามคำแนะนำของโลซก เขามุ่งหน้าไปอยู่ที่ Fankou ในตำบล E

โจโฉนำทัพของเขามุ่งหน้าไปตะวันออกไปทางแยงซีจาก กังเหลง ขงเบ้งพูดกับเล่าปี่ว่า ภารกิจนั้นเร่งด่วนนัก โปรดให้ข้าเป็นฑูตไปขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพซุนกวน แล้วขงเบ้งจึงเดินทางพร้อมโลซกกลับไปหาซุนกวน

ขงเบ้งพบกับซุนกวนที่ ชีสอง แล้วพูดกับเขาว่า แผ่นดินล้วนสับสนวุ่นวาย ท่านควรจะนำทหารจากแยงซีตะวันออก ท่านเล่าปี่จะนำทหารจาก Han ตอนใต้ แล้วเราจะต่อสู้กับโจโฉร่วมกันรักษาแผ่นดิน โจโฉสังหารศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขาไปแล้ว และปราบผู้ที่เป็นปรปักษ์กับเขาเกือบทั้งหมด เวลานี้เขาได้ยึดมณฑลเกงจิ๋ว อำนาจของเขาแผ่ไปทั่วแผ่นดิน วีรบุรุษกลับไร้ดินแดนที่จะต่อสู้ ท่านเล่าปี่จึงต้องหนีจากที่นั่น

ข้าขอถามท่านประเมินความแข็งแกร่งของท่าน และให้ดินแดนแก่ท่านเล่าปี่เพื่อปกป้องตัวเอง ถ้าท่านจะใช้คนใน Wu และ Yue ต่อสู้กับอำนาจของแผ่นดินจีนส่วนกลาง ในไม่ช้าท่านย่อมต้องทำได้ดี แต่ถ้าท่านไม่สามารถทำได้ ท่านก็ควรจะเลิกกองทัพเสีย แล้วขึ้นเหนือไปรับใช้โจโฉ ท่านแสร้งทำเหมือนว่าท่านจะยอมจำนนและเชื่อฟัง แต่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจ เวลาผ่านไปเร็วนัก จนกว่าท่านจะตัดสินใจได้ ไม่อย่างนั้นหายนะจะมาถึงเร็วนัก

ถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างที่ท่านอธิบาย ซุนกวนถาม แล้วทำไมเล่าปี่ถึงไม่ยอมจำนนต่อโจโฉ

Tian Heng ชายคนเดียวจากเมือง Qi ขงเบ้งตอบ แต่เขาได้ปกป้องเกียรติยศของตัวเองและปฏิเสธที่จะทำให้ชื่อเสียงตัวเองต้องมัวหมอง ท่านเล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น ความกล้าหาญและความสามารถเป็นที่รู้จักไปทั่วแผ่นดิน เขาเป็นที่เคารพและชื่มชอบของประชาชนและสุภาพเป็นนิจเหมือนดั่งน้ำที่ไหลไปสู่ทะเล ถ้าบุคคลเช่นนี้ไม่ได้รับความสำเร็จ ย่อมเป็นลิขิตจากสวรรค์ แต่จะให้เขายอมจำนนต่อผู้อื่นได้อย่างไร

ซุนกวนโกรธมากพูดว่า ข้าไม่ได้รวบรวมดินแดนง่อและกองทัพนับแสนคนเพื่อมอบให้แก่คนอื่น ข้าได้คำนวณแล้ว จากความคิดที่ว่าเล่าปี่เป็นชายคนเดียวที่กล้าสู้กับโจโฉ แต่เล่าปี่เพิ่งจะแพ้ศึกมา แล้วเขาจะต่อต้านโจโฉได้อย่างไร

แม้ว่ากองทัพของเขาจะพ่ายแพ้ที่เนิน เกงสัน ขงเบ้งตอบ กองทัพที่แตกพ่ายไปก็ได้กลับมาหาเขา พร้อมด้วยทหารที่กวนอูเพิ่งนำมาจำนวนหมื่นคน ซึ่งมีอาวุธครบมือและฝึกมาเป็นอย่างดี และเล่ากี๋ยังมาร่วมกับเขาพร้อมทหารจาก กังแฮ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นคน

กองทัพโจโฉเดินทางมาเป็นระยะทางไกล พวกเขาเหนื่อยล้าและยากลำบาก ข้าได้ข่าวว่าพวกเขาไล่ตามท่านเล่าปี่ด้วยทหารม้าเคลื่อนที่เร็วเดินทางกว่าสามร้อยลี้ภายในหนึ่งวันหนึ่งคืน นี่ตรงกับคำว่า ลูกธนูที่พุ่งมาจนสุดแรงไม่สามารถทะลุผ้าไหมจาก Lu ได้ การเดินทัพของพวกเขาไม่ถูกต้องตามพิชัยยุทธ แม้แต่แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ถ้าละเลยข้อนี้ก็จะพบจุดจบ (ในพิชัยยุทธห้ามการเดินทัพในวันเดียวหนึ่งร้อยลี้ การเดินทัพเช่นนี้แม่ทัพทั้งสามทัพ ทัพหน้า ทัพกลาง ทัพหลังจะถูกศัตรูจับตัวได้ทั้งหมด การเดินทัพห้าสิบลี้ แม่ทัพหน้าจะถูกจับตัวได้)

ยิ่งกว่านั้นคนในภาคเหนือล้วนไม่เคยผ่านการฝึกการต่อสู้ทางน้ำ ในขณะที่คนในมณฑลเกงจิ๋วที่เข้าร่วมกับกับโจโฉก็เพราะว่าพวกเขาถูกบังคับโดยกำลังทหาร ไม่ใช่เพราะยินยอมพร้อมใจ

เวลานี้ ถ้าท่านสั่งการให้เหล่าแม่ทัพผู้กล้าหาญของท่านนำกองทัพสองหรือสามหมื่นคนมาร่วมกับท่านเล่าปี่และเป็นพันธมิตรกัน แล้วกองทัพโจโฉก็จะย่อยยับ เมื่อกองทัพของเขาพ่ายแพ้ เขาจะต้องกลับขึ้นเหนือ ด้วยเหตุนี้อำนาจของเกงจิ๋วและง่อก็จะใหญ่โตขึ้น เราก็จะสามารถรักษาสมดุลกับโจโฉเหมือนดั่งหม้อสามขา โอกาสที่จะชนะและพ่ายแพ้ขึ้นอยู่กับวันนี้

ในเวลานั้น โจโฉได้ส่งจดหมายมาหาซุนกวนว่า ข้าได้รับราชโองการให้มาปราบเหล่าคนชั่วต่าง ๆ จุดมุ่งหมายของข้าคือหัวเมืองทางใต้ และเล่าจ๋องได้ให้ความช่วยเหลือแก่ข้า ข้านำกองทัพแปดแสนคนมา และวางแผนที่จะร่วมล่าสัตว์กับท่านในเมืองง่อ

เมื่อซุนกวนส่งจดหมายโจโฉให้เหล่าขุนนางดู พวกเขาพากันหวาดกลัวสีหน้าซีดเผือด
บันทึกการเข้า

kazama
孫策 (伯符)
Administrator
Hero Member
*
กระทู้: 2299


ต้าเกี้ยวน้อย


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2008, 04:53:56 PM »

เตียวเจียวและขุนนางคนอื่นพูดว่า ท่านโจโฉเหมือนดั่งสุนัขป่าหรือเสือร้าย เขาคุมตัวฮ่องเต้ ใช้พระองค์เพื่อให้การกระทำของตัวเองชอบธรรม การกระทำทุกอย่างเขาสามารถอ้างได้ว่าทำเพื่อราชสำนัก ถ้าท่านต่อต้านเขาในตอนนี้ เหมือนกับเป็นการไม่เชื่อฟังต่อราชสำนัก

ยิ่งไปกว่านั้น แม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นแนวป้องกันที่สำคัญต่อโจโฉ แต่โจโฉในเวลานี้ได้ครองทั้งมณฑลเกงจิ๋ว เล่าเปียวมีทหารที่ฝึกมาเป็นอย่างดี และมีเรือหุ้มเกราะเป็นพันลำและเรือรบอื่น ๆ อีก ถ้าโจโฉล่องเรือตามแม่น้ำแยงซีและสนับสนุนด้วยทหารบนบก เขาจะสามารถโจมตีเราทั้งทางบกและทางน้ำ

อีกนัยหนึ่ง โจโฉมีแม่น้ำเป็นปราการเหมือนดั่งเช่นฝั่งเรา ด้วยความเข้มแข็งของกองทัพโจโฉ เราไม่สามารถเทียบได้ ในความเห็นอันต่ำต้อยของข้า แผนการดีที่สุดคือการอ่อนน้อมต่อโจโฉ

ในที่นั้นมีเพียงโลซกคนเดียวที่ไม่พูดสิ่งใด

แล้วซุนกวนก็เดินไปที่ห้องน้ำ โลซกเดินตามเขามาด้วย ซุนกวนเชื่อว่าโลซกมีความในใจ จึงคว้ามือเขาแล้วพูดว่า ท่านมีสิ่งใดจะบอกข้า

ข้าได้ฟังความเห็นของพวกเขา โลซกตอบ คนเหล่านั้นล้วนแนะนำสิ่งที่ผิดให้แก่ท่าน ท่านไม่สามารถวางแผนใหญ่กับพวกเขา ข้าสามารถยอมจำนนต่อโจโฉได้ แต่ตัวท่านไม่

ให้ข้าอธิบาย ถ้าข้ายอมอ่อนน้อมต่อโจโฉ เขาจะส่งข้ากลับไปยังบ้านเกิด เพื่อจัดตำแหน่งขุนนางให้กับข้าใหม่ อย่างน้อยที่สุดข้าก็กลายเป็นขุนนางผู้น้อย ข้ายังสามารถนั่งเกวียนเทียมด้วยวัวได้ และมีทหารองครักษ์ และสามารถอยู่ร่วมกับชนชั้นสูงได้ แล้วข้าคงได้รับการเลื่อนตำแหน่งในที่สุด ข้าคิดว่าคงได้ครองมณฑลหรือหัวเมือง

แต่ถ้าท่านยอมแพ้ ท่านจะมีฐานะเช่นไร ข้าแนะนำให้ท่านตัดสินใจวางแผนการที่ยิ่งใหญ่ก่อนจะสายเกินไป ขออย่าได้เชื่อตามคำแนะนำของคนเหล่านั้น

ซุนกวนถอนใจด้วยความโล่งอกและชื่นชมพูดว่า คนเหล่านั้นล้วนแต่ทำให้ข้าผิดหวัง แต่ท่านกลับว่าแผนการที่ยิ่งใหญ่ นี่คือสิ่งที่ข้ามองหา

ในเวลานั้น จิวยี่ติดภารกิจอยู่ที่กวนหยง (ปากน้ำเมืองเองฮอ) โลซกแนะนำให้ซุนกวนเรียกตัวเขากลับ

เมื่อจิวยี่มาถึง เขาพูดกับซุนกวนว่า แม้ว่าโจโฉแสร้งทำเป็นเสนาบดีที่ภักดีของราชวงศ์ฮั่น แต่ที่จริงแล้วเขาเป็นศัตรูแ่ผ่นดิน ด้วยความสามารถทางการศึกสงครามและความสามารถที่กล้าหาญของท่าน สร้างรากฐานจากผลสำเร็จอันใหญ่หลวงของบิดาและพี่ชายท่าน ท่านได้ครอบครองแยงซีตะวันออก มีดินแดนยาวหลายพันลี้ ทหารที่เชี่ยวชาญสงคราม เสบียงอาหารพร้อมพรัก ผู้คนต่างก็ยินดีรับใช้ท่าน ท่านควรจะยกทัพไปทั่วแผ่นดิน และประพฤติตนเพื่อราชสำนักฮั่น ปล่อยวางความหนักใจและขับไล่ความละอายใจ

โจโฉพาตัวเองมาพบกับหายนะ ทำไมท่านต้องยอมแพ้เขา

ให้ข้าพูดถึงสถานการณ์ในตอนนี้ให้ท่านฟัง ภาคเหนือยังไม่สงบเรียบร้อย ม้าเฉียวและหันซุยที่อยู่ทางด่านตะวันตก พวกเขาเป็นอันตรายต่อโจโฉจากด้านหลัง ในเวลาเดียวกัน โจโฉได้ละจากอานม้า มาใช้เรือและไม้พายเพื่อต่อสู้กับง่อและ Yue ยิ่งกว่านั้น เวลานี้เข้าสู่ฤดูหนาว ม้าศึกของเขาก็จะขาดหญ้าเป็นอาหาร เขาบังคับกองทัพจากจีนภาคกลางยกพลเป็นระยะทางไกลมายังดินแดนแยงซีและทะเลสาบ ทหารของเขาไม่เคยชินกับที่หนองน้ำแบบนี้ พวกเขาจะต้องเจ็บป่วยอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณอันตรายของการศึก แต่โจโฉก็ยังเร่งรีบเคลื่อนทัพอย่างคนตาบอด

นี่คือเวลาที่จะจัดการโจโฉ ขอทหารให้ข้าสองหรือสามหมื่นคนที่ผ่านการฝึกอย่างดี และให้ข้ายกทัพไป แฮเค้า ข้ามั่นใจว่าจะเอาชนะเขาให้ท่านได้

ไอ้โจรเฒ่าคนนี้ ซุนกวนพูดขึ้น ได้พยายามมาตลอดที่จะล้มล้างราชวงศ์ฮั่นและสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาแทน เขามีอ้วนสุด อ้วนเสี้ยว ลิโป้ เล่าเปียวและตัวข้าที่ต้องกังวล เวลานี้คนอื่น ๆ ตายไปหมดแล้ว ข้าเป็นศัตรูของเขาคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ ระหว่างไอ้โจรเฒ่ากับข้า คนหนึ่งต้องพ่ายแพ้ ท่านบอกว่าข้าต้องโจมตีเขา นั่นคือสิ่งที่ข้าคิดเช่นกัน สวรรค์ได้ส่งท่านมาเพื่อข้า

ซุนกวนชักดาบออก เขาฟันโต๊ะเบื้องหน้าเขาพูดว่า ขุนนางคนใดกล้าแนะนำให้ยอมแพ้อีก จะเป็นเหมือนดั่งโต๊ะตัวนี้ แล้วซุนกวนก็เลิกการประชุม

ในคืนนั้น จิวยี่พูดกับซุนกวนอีกครั้ง เขาบอกว่า เมื่อคนพวกนี้เห็นจดหมายของโจโฉที่บรรยายถึงทหารแปดแสนคนพร้อมฝีพาย พวกเขาทั้งหมดต่างตกใจ และคำแนะนำที่พวกเขามีก็คือการยอมแพ้โดยไม่มีความคิดว่าสิ่งที่โจโฉบอกนั้นถูกต้องหรือแค่คุยโว นี่ไม่มีเหตุผลเลย

เวลานี้ ตรวจดูสถานการณ์ที่แท้จริง กองทัพที่โจโฉนำมาจากภาคกลางนั้นไม่น่าจะมากไปกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นหรือหนึ่งแสนหกหมื่น ทหารเหล่านี้ถูกเกณฑ์มาอยู่ในกองทัพเป็นเวลานานมาก แล้วโจโฉก็ได้ทหารจากเล่าเปียว เจ็ดหมื่นหรือแปดหมื่นคนอย่างมาก และความจงรักภักดีต่อโจโฉก็ยังเคลือบแคลง

โจโฉใช้คนที่เบื่อหน่ายและอ่อนล้ามาคุมกองทัพและคนเหล่านั้นก็เป็นไปได้ที่จะแปรพักตร์ แม้ว่ากองทัพเขาจะมีจำนวนมาก แต่ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ข้าว่า ทหารอย่างดีห้าหมื่นคนก็เพียงพอที่จะจัดการกับพวกเขา ท่านไม่ต้องกังวลอะไร

ซุนกวนตบหลังเขาแล้วพูดว่า กงจิ้น ท่านจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างที่ข้าหวัง เตียวเจียว Qin Song และคนอื่น ๆ ต่างกังวลเกี่ยวกับภรรยาและลูก ๆ ของพวกเขา พวกเขาสนใจแต่เรื่องตัวเอง ข้าผิดหวังในตัวพวกเขา มีเพียงท่านและโลซกที่เห็นด้วยกับข้า สวรรค์ส่งท่านมาช่วยเหลือข้า

เป็นการยากที่จะรวบรวมทหารห้าหมื่นคนกระทันหัน แต่ข้าได้เตรียมทหารสามหมื่นคนที่คัดเลือกไว้แล้ว เรือรบ เสบียงอาหารและอาวุธต่าง ๆ ถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว ท่านและโลซกและท่านเทียเภา จงไปเป็นกองหน้า ข้าจะส่งทหารและเสบียงศึกไปเพิ่มภายหลัง

ถ้าท่านสามารถจัดการเขาได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะถูกตัดสินตามใจของฝ่ายเรา แต่ถ้าสถานการณ์เลวร้าย จงกลับมาหาข้า ข้าจะนำทัพด้วยตัวเองและต่อสู้กับโจโฉ

แล้วซุนกวนก็ตั้งจิวยี่และเทียเภาเป็นผู้ควบคุมกองทัพซ้ายและขวาร่วมกับเล่าปี่ต่อสู้โจโฉ โลซกถูกแต่งตั้งเป็นขุนพลช่วยเหลือกองทัพ เพื่อช่วยในการวางแผน

เล่าปี่อยู่ที่ Fankou ทุกวันเขาจะส่งทหารสอดแนมไปตามแนวแม่น้ำเพื่อดูกองทัพซุนกวน หน่วยสอดแนมเห็นเรือของจิวยี่ พวกเขาจึงรีบไปรายงานเล่าปี่

เล่าปี่ส่งคนไปรับเขา แต่จิวยี่พูดว่า ข้าบัญชากองทัพจึงไม่อาจละทิ้งหน้าที่ไปได้ ถ้านายของพวกท่านจะมีความกรุณาพอจะมาพบข้าที่นี่ นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้าหวังไว้

ดังนั้นเล่าปี่จึงนั่งเรือไปหาจิวยี่ เขาพูดกับจิวยี่ว่า ท่านตัดสินใจที่จะต่อสู้โจโฉ นี่ถือว่าเยี่ยมมาก ท่านนำทหารมาจำนวนเท่าไหร่

สามหมื่นนาย จิวยี่ตอบ

ข้าเกรงว่าจะไม่เพียงพอ เล่าปี่พูดขึ้น

พวกเขาเพียงพอแล้ว จิวยี่ตอบ ขอให้ท่านคอยดูวิธีที่ข้ารับมือกับโจโฉ เล่าปี่ต้องการเรียกโลซกและคนอื่นไปร่วมประชุมการศึก แต่จิวยี่พูดว่า ข้าได้รับคำสั่งมา ข้าไม่สามารถละทิ้งหน้าที่ได้ ถ้าท่านต้องการพบโลซก โปรดจงได้พบเขาด้วยตัวเอง เล่าปี่รู้สึกไม่พอใจแต่เขาก็ประทับใจอย่างมาก
บันทึกการเข้า

kazama
孫策 (伯符)
Administrator
Hero Member
*
กระทู้: 2299


ต้าเกี้ยวน้อย


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2008, 04:54:30 PM »

ในระหว่างนั้น โจโฉได้ยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กังเหลงและตั้งค่ายสำหรับทหารจำนวนมากของเขาที่นั่น ทัพผสมระหว่างซุนและเล่าได้แล่นเรือทวนน้ำไปประจัญหน้ากับโจโฉที่ผาแดง

กองทัพโจโฉล้วนแต่อ่อนเพลีย มีโรคระบาดเกิดขึ้น ในการโจมตีครั้งแรก ทหารของโจโฉไม่ได้รับชัยชนะ พวกเขายกพลกลับไปทางเหนือของแยงซี จิวยี่และกองทัพเขาอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทางใต้ ทหารโจโฉมีจำนวนกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย ใขณะที่ทัพผสมซุนเล่านั้น จิวยี่นำทหารสามหมื่นนาย ส่วนเล่าปี่นั้นมีทหารราว ๆ สองหมื่นนาย

อัตราส่วนของทหารเรือของทั้งสองฝ่ายน่าเป็น ฝั่งโจโฉแสนสองหมื่นนาย และฝั่งซุนเล่าห้าหมื่นนาย ทหารโจโฉนั้นมีแต่ทหารเดินเท้าและทหารม้า

เขาให้ทหารเดินเท้าและทหารม้าของเขาเปลี่ยนเป็นทหารเรือ เพราะหลังจากที่เขาเอาชนะเผ่า Wuhuan ได้ ทำให้มีความมั่นใจมาก เขาคิดว่าจะสามารถใช้กำลังพลที่เหนือกว่านั้นเอาชนะพันธมิตรซุนเล่า สองสามวันก่อนที่ศึกนี้จะเริ่มขึ้น ทหารของโจโฉจำนวนมากก็เกิดอาหารเมาเรือจำนวนมากจากการไร้ประสบการณ์ทางน้ำ

เพื่อแก้ปัญหาอาการเจ็บป่วยจากโรคระบาดและอาการเมาเรือ โจโฉจึงตัดสินใจที่จะใช้โซ่ล่ามเรือศึกต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ภายในไม่กี่วัน จำนวนทหารที่เมาเรือในทัพโจโฉก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

ทัพโจโฉนั้นตั้งทัพอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทัพซุนเล่า แต่โจโฉนั้นไม่คุ้นเคยกับสภาวะภูมิอากาศทางภาคใต้และไม่ระวังการโจมตีด้วยไฟ เพราะในช่วงนั้นมีแต่ลมที่พัดจากทิศเหนือไปทางทิศใต้

อุยกาย นายทหารในสังกัดจิวยี่พูดว่า ข้าศึกมีจำนวนมาก เรามีจำนวนน้อย เป็นการยากที่จะตรึงพวกเขาเป็นเวลานาน ในเวลานี้ขบวนเรือของทัพโจโฉอยู่เกาะกลุ่มรวมกัน เราสามารถเผาเรือพวกเขาและทำให้พวกเขาต้องหนีไปได้

อุยกายนำเรือรบสิบลำ บรรจุด้วยเชื้อไฟและไม้แห้ง เทน้ำมันไว้ในเรือและหุ้มเรือด้วยผ้ากันน้ำและประดับธงศึก เขาเตรียมเรือเร็วและผูกเรือไว้ด้านหลังของเรือรบ และก่อนที่เขาจะทำการ เขาได้ส่งจดหมายไปหาโจโฉ แกล้งทำเป็นเหมือนว่าเขาจะยอมแพ้

ก่อนหน้าที่จะเริ่มศึกไม่นาน โจโฉเห็นลงจากทิศใต้นั้นขัดขวางการนำทัพลงใต้ของเขา ทัพของเขาไม่สามารถล่องเรือลงใต้ฝ่าสายลมที่พัดแรงได้ จึงมีคำสั่งให้ถอยทัพ แต่เนื่องด้วยเรือศึกของเขาทั้งหมดได้ถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน ทำให้การถอยทัพทำให้อย่างเชื่องช้า ทัพเรือสองพันลำของโจโฉจึงเหมือนติดกับดักอยู่กลางแม่น้ำแยงซีเคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้

ในเวลานั้นลมแรงได้พัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ อุยกายได้นำเรือสิบลำเป็นกองหน้า พายเรือมาครึ่งทางแม่น้ำแยงซี เรือลำอื่น ๆ ก็แล่นตามเขามา

กองทัพโจโฉออกมาจากค่ายเพื่อเฝ้าดู พวกเขาชี้และพูดว่าอุยกายกำลังจะมายอมแพ้ เมื่อเขาห่างจากกองทัพโจโฉสองลี้ เขาได้จุดไฟเรือรบขึ้น

ไฟลุกขึ้นอย่างน่ากลัวและลมก็กรรโชกแรง เรือทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ทัพโจโฉเหมือนดั่งลูกธนู ทัพทั้งหมดของฝ่ายเหนือถูกเผา ไฟได้ลามไปถึงค่ายทหารบนฝั่ง ในเวลานานค่ายก็ตกอยู่ในควันและเปลวไฟจำนวนมาก ทหารและม้าศึกจำนวนมากถูกไฟคลอกตาย ไม่ก็จมน้ำตาย

จิวยี่และพวกนำทหารเคลื่อนที่เร็วติดตามโจมตี พวกเขาตีกลองศึกด้วยความดุดัน แล้วกองทัพทางเหนือก็เสียหายอย่างใหญ่หลวง

ในระหว่างทัพที่สับสนอลหม่าน โจโฉได้เรียกทัพมาต่อต้านการโจมตีของฝ่ายซุนเล่า อย่างไรก็ตาม ลูกธนูของฝ่ายโจโฉแทบไม่สามารถทำอะไรทัพซุนเล่าได้เนื่องจากลมทิศใต้ที่กรรโชกแรง กรโจมตีด้วยลูกธนูไฟและเรือที่ติดไฟภายใต้การนำของอุยกายได้ทำลายเรือรบจำนวนมากของฝ่ายโจโฉ ทัพหลังของซุนกวนซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำได้ข้ามแม่น้ำมาโจมตี ในขณะที่ทัพเล่าปี่ได้ไล่โจมตีไปทาง Wulin ทัพทั้งสองไล่โจมตีทัพโจโฉ

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์สายเกินแก้ โจโฉจึงเผาเรือรบที่เหลือทิ้งนำกองทัพของเขาเดินเท้าหนีไปทางถนน Huarong พวกเขาเผชิญกับโคลนตมและหนองเลน ถนนแทบผ่านไปไม่ได้ สวรรค์ได้ส่งลมแรงมาช่วย ทหารที่บอบช้ำต่างขนหญ้าบนหลังมาถมถนนเพื่อให้ทหารม้าสามารถข้ามไปได้ พวกเขาถูกทหารคนอื่นและม้าศึกเหยียบจมหายไปในโคลนเลน ทหารโจโฉจำนวนมากตายพร้อมกัน

เล่าปี่และจิวยี่นำทัพทางบกและน้ำ พวกเขาตามโจมตีโจโฉมาถึงเมือง Nan ทหารทั้งหมดของโจโฉหิวโหยและเหนื่อยล้า ทหารส่วนใหญ่ได้ล้มตายลง แต่เตียวเลี้ยวและเคาทูได้มาช่วยเหลือและอารักขาโจโฉกลับกังเหลง

แล้วโจโฉก็ทิ้งแม่ทัพผู้ปราบทิศใต้ โจหยินไว้ พร้อมด้วยแม่ทัพข้ามและเปิดชนบท ซิหลงไว้รักษาเมือง กังเหลง หมันทองให้รักษาเมืองตันเอี๋ยง และแม่ทัพผู้ทำลายแนวป้องกันศัตรูงักจิ้น ไว้รักษาเมือง ซงหยง แล้วโจโฉนำทหารที่เหลือกลับขึ้นทิศเหนือ

จิวยี่และเทียเภามีทหารสองหมื่น สามหมื่นคน แต่แม่น้ำขวางพวกเขาจากโจหยิน พวกเขาจึงไม่สามารถโจมตีได้ กำเหลงขออนุญาตนำทัพอ้อมไปยึดอิเหลง เขาล้อมเมืองและยึดเมืองได้ในที่สุด

โจหยินส่งกองทัพไปล้อมกำเหลง กำเหลงถูกกดดันอย่างมาก เขาขอความช่วยเหลือจากจิวยี่ แม่ทัพทุกคนต่างรู้สึกว่าทหารมีจำนวนน้อยเกินไปที่จะแบ่งแยกทหาร แต่ลิบองพูดกับจิวยี่และเทียเภาว่า ปล่อยให้เล่งทองอยู่ที่ กังเหลง ถ้าท่านกับข้ายกทัพไป เราต้องสามารถทำลายวงล้อมและช่วยกำเหลงได้ มันคงไม่กินเวลานานเกินไป ข้ารับรองว่าเล่งทองสามารถรับศึกได้ถึงสิบวัน

จิวยี่ทำตามแผนนี้ พวกเขาโจมตีทัพโจหยินที่อิเหลงพ่ายแพ้ไป และนำทหารม้าสามร้อยนายกลับมา ความเชื่อมั่นทหารฝั่งง่อเพื่อเป็นทวีคูณ และจิวยี่ได้ยกทัพข้ามแม่น้ำแยงซีมาตั้งค่ายอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำเพื่อประจัญหน้ากับทัพโจหยินโดยตรง

ในเดือนที่สิบสอง ซุนกวนนำทัพด้วยตัวเองมาล้อม หับป๋า เขาได้ส่งเตียวเจียวไปโจมตี Dangtu ใน จิวเจี๋ยง แต่เตียวเจียวไม่สามารถยึดเมืองได้

เล่าปี่ได้แนะนำให้แต่งตั้งเล่ากี๋เป็นผู้ตรวจการมณฑลเกงจิ๋ว นำทหารของเขาลงใต้ยึดสี่หัวเมือง กิมสวนเจ้าเมืองบุเหลง ฮันเหียนเจ้าเมืองเตียงสา เตียวหอมเจ้าเมืองฮุยเอี๋ยง เล่าเตาเจ้าเมืองเลงเหลง ล้วนแต่ยอมแพ้ ในขณะที่ ลุยฉีผู้นำกองกำลังในโลกั๋งได้นำทหารสองสามหมื่นมารับใช้เล่าปี่

หลังจากเสร็จสิ้นศึกนี้ ทัพซุนเล่านั้นได้ยึดดินแดนเกงจิ๋วเกือบทั้งหมด โดยทัพจิวยี่สามารถเอาชนะโจหยินยึดเมืองกังเหลงได้ ส่วนเล่าปี่นั้นได้ยึดครองดินแดนเกงจิ๋วใต้ทั้งหมด
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: